บทนำ: ทำไม SME ไทยหนีเรื่อง ESG ไม่พ้น (Intro)

คุณรู้หรือไม่? ในปี 2568 (2025) นี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เริ่มส่งสัญญาณชัดเจนว่า “สินเชื่อสีเขียว” (Green Loan) จะกลายเป็นเงื่อนไขหลักในการพิจารณาปล่อยกู้ โดยเกณฑ์ Thailand Taxonomy จะเริ่มมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2569 (2026) ซึ่งจะกระทบต่อการเข้าถึงเงินทุนของธุรกิจไทยโดยตรง [1]

ในอดีต ผู้ประกอบการ SME ไทยอาจมองว่าเรื่องสิ่งแวดล้อมหรือสังคมเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องของบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือเป็นเพียงกิจกรรมการกุศล (CSR) ที่ทำเมื่อมีกำไรเหลือ แต่ปัจจุบันสถานการณ์ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง SME ไทยกว่า 3.1 ล้านราย (คิดเป็น 99.5% ของธุรกิจทั้งหมด) กำลังเผชิญกับ “ทางตัน” หากไม่ปรับตัว:

Carbon Footprint
Carbon Footprint
  1. ลูกค้าต่างชาติ (EU, US, ญี่ปุ่น) เริ่มเรียกดูผล Audit ด้าน ESG
  2. ธนาคาร เริ่มปฏิเสธสินเชื่อหรือคิดดอกเบี้ยแพงหากไม่มีคะแนน ESG (ESG Score)
  3. กฎหมายโลก เช่น CBAM ของยุโรป จะเริ่มเก็บภาษีคาร์บอนจากสินค้าไทยในปี 2569 [2]

ไม่ว่าท่านจะเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในสมุทรปราการ หรือผู้ส่งออกผลไม้แปรรูปในจันทบุรี “ESG” (Environment, Social, Governance) ได้กลายเป็น “ใบเบิกทาง” ใบเดียวที่จะทำให้ท่านอยู่รอด

แต่ข่าวดีคือ ESG ไม่ใช่แค่ “ต้นทุน” แต่เป็น “กำไร” ที่จับต้องได้ หากท่านรู้วิธี ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต (กิโลกรัมละ 40-80 บาท) หรือดอกเบี้ยสินเชื่อที่ถูกลง 1-2% บทความนี้จะสรุปทุกขั้นตอนจากข้อมูลจริงของ สสว., อบก., และ BOI เพื่อให้ท่านเริ่มทำได้ทันที

จาก “ทางเลือก” สู่ “ทางรอด”: สถานการณ์ ESG ในไทยปี 2026

ข้อมูลจากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทยระบุว่า มูลค่าการระดมทุนเพื่อความยั่งยืนในไทยพุ่งสูงแตะ 7.2 แสนล้านบาท [3] สะท้อนว่าเงินทุนกำลังไหลไปหาธุรกิจที่ใส่ใจโลก สำหรับ SME การมี “ฉลากคาร์บอน” หรือใบรับรอง CFO กลายเป็นมาตรฐานใหม่ที่คู่ค้าถามหาตั้งแต่วันแรกที่เจรจาธุรกิจ

ESG ไม่ใช่แค่เรื่องเจ้าสัว: โอกาสและความเสี่ยงของคนตัวเล็ก

หลายคนคิดว่า ESG ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาล แต่ความจริงแล้ว SME มีความคล่องตัวกว่าบริษัทใหญ่ การเริ่มทำ ESG ในสเกลเล็ก เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟ หรือการแยกขยะ สามารถลดต้นทุนได้ทันที และเห็นผลกำไรบรรทัดสุดท้าย (Bottom Line) เร็วกว่าที่คิด


เจาะลึก E-Environment: ประตูด่านแรกที่ SME ต้องเปิด (Core Concept)

สำหรับ SMEs ไทย ตัวอักษร E (Environment) คือด่านแรกที่จับต้องได้ง่ายที่สุด เพราะ “การลดพลังงาน” เท่ากับ “การลดต้นทุน”

บัญชีก๊าซเรือนกระจก (GHG Accounting) คืออะไร?

ท่านทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายเป็นปกติอยู่แล้ว การทำ ESG ก็ต้องเริ่มจากการทำ “บัญชีก๊าซเรือนกระจก” หรือ Carbon Footprint for Organization (CFO) เปรียบเสมือนการตรวจสุขภาพบริษัทว่าปล่อยของเสียเท่าไหร่

ตามมาตรฐาน GHG Protocol ที่ทั่วโลกยอมรับ การปล่อยก๊าซฯ แบ่งเป็น 3 ขอบเขต (Scopes) ที่ท่านต้องรู้:

  1. Scope 1 (ทางตรง): น้ำมันที่เติมรถบริษัท, ก๊าซหุงต้ม, น้ำยาแอร์ที่รั่วไหล (คิดเป็น ~60% ของ SME ภาคผลิต)
  2. Scope 2 (ทางอ้อมจากพลังงาน): ค่าไฟฟ้าที่ท่านจ่ายในแต่ละเดือน (คิดเป็น ~30% ของ SME)
  3. Scope 3 (ทางอ้อมอื่นๆ): การเดินทางของพนักงาน, การขนส่ง Outsource, ขยะ (มักถูกละเลยแต่สำคัญสำหรับคู่ค้า)
Carbon credit
Carbon credit or offsets concept

วิธีคำนวณ Carbon Footprint (CFO) ง่ายๆ ด้วยเครื่องมือจาก อบก.

ไม่ต้องจ้างที่ปรึกษาแพงๆ ในช่วงเริ่มต้น ท่านสามารถใช้เครื่องมือฟรีจาก องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO):

  1. ดาวน์โหลด: เข้าไปที่ TGO Carbon Footprint Calculator
  2. กรอกข้อมูล: ใช้บิลค่าไฟ ค่าน้ำมัน และปริมาณขยะ ย้อนหลัง 3-6 เดือน
  3. ผลลัพธ์: ระบบจะคำนวณออกมาเป็นหน่วย “ตันคาร์บอน” (tCO2e) พร้อมออกใบรับรองเบื้องต้นให้ภายใน 7 วันทำการ

💡 SME Tip: เริ่มโฟกัสที่ Scope 1 และ 2 ก่อน เพราะจัดการง่ายที่สุดและลดต้นทุนได้ทันที

ตลาดคาร์บอนเครดิตและ T-VER: เปลี่ยนหลังคาโรงงานเป็นเงิน

ในไทยมีโครงการ T-VER (Thailand Voluntary Emission Reduction) ซึ่งดูแลโดย อบก. หากท่านลดการปล่อยก๊าซได้จริง สามารถนำส่วนที่ลดได้ไปขายเป็น “คาร์บอนเครดิต”

  • ราคาตลาด: ปัจจุบันราคาซื้อขายในไทยอยู่ที่ประมาณ 40-80 บาทต่อตันคาร์บอน (ขึ้นอยู่กับประเภทโครงการ) [4]
  • ตัวอย่าง: หากท่านติด Solar Rooftop ขนาด 100 kW ท่านอาจลดคาร์บอนได้ 120 ตัน/ปี คิดเป็นรายได้เสริมประมาณ 4,800 – 9,600 บาทต่อปี (ยังไม่รวมค่าไฟที่ประหยัดได้หลักแสนบาท)
 

เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และ BCG Model

สอดคล้องกับนโยบายแห่งชาติ BCG Model รัฐบาลมีงบสนับสนุนกว่า 5,000 ล้านบาทสำหรับ SME ที่ปรับตัวสู่ Circular Economy [5]

  • หลักการ: ไม่ใช่แค่รีไซเคิล แต่คือ Zero Waste (ขยะเป็นศูนย์)
  • ตัวอย่าง: โรงงานผลไม้แปรรูปนำเปลือกผลไม้ไปหมักเป็นก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อปั่นไฟใช้เอง ลดขยะได้ 80% และประหยัดค่าไฟได้มหาศาล

กฎหมายใหม่ต้องรู้: ภาษีคาร์บอน และ EPR

  1. ภาษีคาร์บอน (Carbon Tax): กรมสรรพสามิตเตรียมทดลองใช้ในปี 2569 อัตราประมาณ 200 บาท/ตันคาร์บอน ซึ่งจะแฝงมาในราคาน้ำมันและพลังงาน
  2. EPR (Extended Producer Responsibility): กฎหมายบังคับให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบซากบรรจุภัณฑ์ คาดว่าจะเริ่มบังคับใช้ปี 2568 หากไม่ปฏิบัติตามอาจมีโทษปรับสูงถึง 2 ล้านบาท [6]

สินเชื่อ Green Loan

สินเชื่อ Green Loan

กรณีศึกษา: โรงงานผลไม้ไทยรุ่งเรือง (Case Study 1)

เพื่อให้เห็นภาพการเปลี่ยน “ภาระ” เป็น “กำไร” ขอยกตัวอย่างที่ผสมผสานข้อมูลจริงจากกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแปรรูป

ข้อมูลธุรกิจ:

  • ชื่อ: หจก. ไทยฟรุตโปรเซส (นามสมมติ “ไทยรุ่งเรือง”) จ.จันทบุรี
  • ขนาด: SME ระดับกลาง (รายได้ 180 ล้านบาท/ปี)
  • ปัญหา: ค่าไฟพุ่งสูง 1.2 ล้านบาท/เดือน + มีขยะเปลือกทุเรียน/มังคุด 300 ตัน/เดือน ต้องจ้างรถขนไปทิ้ง

การนำไปใช้ (Application):

  1. Energy Transition: กู้สินเชื่อ Green Loan (ดอกเบี้ย 1.5%) ติดตั้ง Solar Rooftop ขนาด 500 kW
  2. Circular Economy: ลงทุนระบบ Biogas เปลี่ยนขยะเปลือกผลไม้เป็นแก๊สเพื่อปั่นไฟใช้ในโรงงาน
  3. Income Generation: ขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER กับ อบก.

ผลลัพธ์ (Results):

  • ลดต้นทุน: ประหยัดค่าไฟได้ 70% (ประมาณ 15 ล้านบาท/ปี) คืนทุนใน 3-4 ปี
  • รายได้ใหม่: ขายคาร์บอนเครดิตได้ปีละ 8 ล้านบาท (จากปริมาณขยะที่ลดลงมหาศาล)
  • การตลาด: ได้ฉลาก Carbon Footprint ส่งออกไปยุโรป ยอดขายเพิ่มขึ้น 40% เพราะลูกค้ามั่นใจ


วิวัฒนาการ ESG และมาตรฐานที่ต้องรู้ (Evolution & Standards)

จาก CSR สู่ ESG: ความแตกต่างที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจ

หัวข้อ CSR (แบบเดิม) ESG (แบบใหม่)
เป้าหมาย การกุศล / คืนกำไรสังคม กลยุทธ์ธุรกิจ / ลดความเสี่ยง
การวัดผล ความพึงพอใจ (บริจาคแล้วจบ) วัดผลเป็นตัวเลขได้ (KPI, Data)
ความถี่ ทำเป็นครั้งคราว ทำต่อเนื่อง / มีข้อมูล Real-time
ผลตอบแทน ภาพลักษณ์ กำไรยั่งยืน / ดอกเบี้ยกู้ต่ำ

 

มาตรฐานระดับโลกและไทยที่กระทบปากท้อง

  1. SDGs (Sustainable Development Goals): 17 เป้าหมายของ UN สำหรับ SME ไทย เน้น 3 ข้อหลัก: SDG 7 (พลังงานสะอาด), SDG 12 (การผลิตที่รับผิดชอบ), และ SDG 13 (โลกร้อน)

  2. CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism): มาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดนของ EU
    – เริ่มเก็บจริง: 1 มกราคม 2569
    – สินค้ากลุ่มเสี่ยง: เหล็ก, อลูมิเนียม, ปูนซีเมนต์, ปุ๋ย, ไฟฟ้า, ไฮโดรเจน
    – ผลกระทบ: หากท่านเป็น Supplier ให้กลุ่มนี้ ต้องเตรียมข้อมูล CFO ทันที มิฉะนั้นสินค้าท่านจะถูกมองว่าเป็นต้นทุนทางภาษี  ของลูกค้า [7]
  3. Thailand Taxonomy: มาตรฐานของธนาคารแห่งประเทศไทยที่แบ่งเกรดกิจกรรม “สีเขียว” เพื่อพิจารณาสินเชื่อ หากธุรกิจท่านเข้าข่าย 120 กิจกรรมที่กำหนด จะกู้ได้ง่ายและถูกกว่าปกติ [1]

ESG สำหรับ SME
ESG สำหรับ SME

กรณีศึกษา: หจก. ประสิทธิ์ ยนตรการ (Case Study 2)

ข้อมูลธุรกิจ:

  • ชื่อ: หจก. ประสิทธิ์ ยนตรการ (ผู้ผลิตน็อตและสกรู จ.สมุทรสาคร)
  • ขนาด: SME ขนาดย่อม (รายได้ 40 ล้านบาท/ปี)
  • ปัญหา: บริษัทแม่ (Tier 1 Supplier ของค่ายรถยนต์ญี่ปุ่น) ประกาศนโยบาย Carbon Neutrality และขู่ตัด Vendor ที่ไม่มีแผน ESG ภายใน 1 ปี

การแก้ปัญหา:

  1. Social (S): ปรับปรุงสัญญาจ้างแรงงานข้ามชาติให้ถูกกฎหมาย 100% และจัดอบรมความปลอดภัย (Safety)
  2. Environment (E): ใช้ TGO Calculator คำนวณคาร์บอน และเปลี่ยนระบบแสงสว่างเป็น LED ทั้งโรงงาน
  3. Reporting: ทำรายงาน ESG ฉบับย่อ 2 หน้า แนบไปกับใบวางบิลทุกเดือน เพื่อแสดงความคืบหน้า

ผลลัพธ์:

  • 🎯 ผ่านการประเมิน Audit จากลูกค้าได้คะแนนระดับ Gold
  • 🎯 ได้รับสินเชื่อ SCB Green SME Loan วงเงิน 100 ล้านบาท ดอกเบี้ย 1.75% เพื่อขยายกำลังการผลิต [8]
  • 🎯 ลดของเสียในโรงงานได้ 40% นำเศษเหล็กไปขายได้เงินคืนปีละ 1.2 ล้านบาท


ESG Rating และแหล่งเงินทุน: ทำดีแล้วต้องได้ดี (Ratings & Finance)

Credit Scoring แบบใหม่: เมื่อแบงก์ไม่ได้ดูแค่งบการเงิน

ปัจจุบัน ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำ เช่น ธนาคารกรุงเทพ กสิกรไทย และ SCB เริ่มใช้ ESG Credit Score หากธุรกิจท่านมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมต่ำ (คะแนน ESG > 60) จะมีโอกาสได้รับดอกเบี้ยส่วนลด 0.5-1% [8]

ชี้เป้าแหล่งเงินทุน (Financial Support)

ภาครัฐและเอกชนมีเงินก้อนโตเตรียมไว้ให้ SME ที่ปรับตัว:

  • BOI (สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน): มาตรการ “Smart & Sustainable Industry” ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรประหยัดพลังงาน [2]
  • สินเชื่อ Green Loan:
          – SCB Green SME Loan: ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.5-2.5% วงเงินสูงสุด 500 ล้านบาท
          – KBank BCG Loan: ดอกเบี้ยพิเศษ 1.75% เน้นโครงการ Solar Roof และประหยัดพลังงาน

ทรัพยากรและเครื่องมือฟรีสำหรับ SME ไทย

เพื่อให้ท่านเริ่มต้นได้ทันที ขอแนะนำแหล่งข้อมูลและตัวช่วยดังนี้:

ESG คืออะไร
SCOPES ESG MISSIONS

สรุป 5 ขั้นตอนเริ่มทำ ESG ทันทีสำหรับมือใหม่ (Summary)

ประเด็นสำคัญ:

  1. เริ่มวันนี้ดีที่สุด: ยิ่งรอยิ่งแพง และกฎระเบียบปี 2569 จะเข้มงวดขึ้นมาก
  2. โฟกัสที่ Scope 1 & 2: แค่ลดค่าไฟและน้ำมัน ก็ผ่านเกณฑ์เบื้องต้นได้แล้ว
  3. ใช้เครื่องมือฟรี: อย่าเพิ่งจ้างที่ปรึกษาแพงๆ ใช้ของ TGO และ สสว. ก่อน

แผนปฏิบัติการเริ่มต้น (Action Plan):

  • สัปดาห์ที่ 1: ลองใช้ TGO Calculator คำนวณเล่นๆ จากบิลค่าไฟเดือนล่าสุด
  • เดือนที่ 1: ตั้งเป้าลดค่าไฟ 10% (เปลี่ยน LED, ตั้งเวลาแอร์)
  • เดือนที่ 3: สมัครโครงการ T-VER หากท่านมีแผนติด Solar Cell
  • เดือนที่ 6: จัดทำรายงาน ESG ฉบับย่อ (One-page summary) เพื่อยื่นธนาคารหรือลูกค้า

# ESG ไม่ใช่ทางเลือก แต่คือทางรอดเดียวของ SME ไทยในเวทีโลก


พร้อมที่จะเปลี่ยนธุรกิจสู่ความยั่งยืนหรือยัง? (CTA)

โลกธุรกิจกำลังเปลี่ยนไป กติกาใหม่เรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หากคุณต้องการรักษาลูกค้า ส่งออกได้ราบรื่น และเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การเริ่มทำ ESG คือกุญแจสำคัญ

อย่ารอให้ถูกบังคับ เริ่มต้นวันนี้ง่ายกว่าที่คิด!

🚀 ตัวเลือกที่ 1: เริ่มคำนวณคาร์บอนทันที (ฟรี!) ไม่ต้องจ้างที่ปรึกษาแพงๆ ใช้เครื่องมือจาก อบก. เพื่อประเมิน “สุขภาพธุรกิจ” ของคุณ

📥 ตัวเลือกที่ 2: ดาวน์โหลด “SME ESG Checklist 2026” รวมรายการสิ่งที่ต้องทำ เช็คลิสต์เอกสารสำหรับยื่นแบงก์ และวิธีเตรียมตัวรับมือภาษีคาร์บอน (CBAM)


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ESG คืออะไร และเกี่ยวข้องกับ SME ไทยอย่างไร?

ESG คือแนวคิดการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึง 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม (Environment), สังคม (Social), และธรรมาภิบาล (Governance) เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ไม่ใช่แค่การทำกำไรระยะสั้น

สำหรับ SME ไทย ESG เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “ความอยู่รอด” ใน Supply Chain ปัจจุบันคู่ค้ารายใหญ่และลูกค้าต่างชาติ (โดยเฉพาะ EU และญี่ปุ่น) เริ่มบังคับให้ซัพพลายเออร์ต้องมีมาตรฐาน ESG หาก SME ไม่ทำ อาจเสียโอกาสในการรับออเดอร์ หรือถูกตัดออกจากรายชื่อผู้ค้า (Vendor List) นอกจากนี้ ธนาคารในไทยยังนำเกณฑ์ ESG มาใช้พิจารณาปล่อยสินเชื่อ (Green Loan) ซึ่งช่วยลดดอกเบี้ยได้ 1-2%


2. ESG แตกต่างจาก CSR อย่างไร?

ความแตกต่างหลักคือ “เป้าหมาย” และ “การวัดผล” CSR (Corporate Social Responsibility) มักเป็นกิจกรรมเพื่อสังคม เช่น การบริจาค หรือปลูกป่า ซึ่งมักทำแยกจากการดำเนินธุรกิจหลักและทำเมื่อมีกำไรเหลือ

ในทางกลับกัน ESG คือกลยุทธ์ทางธุรกิจ ที่ฝังอยู่ในกระบวนการทำงานทุกวัน มีการตั้งเป้าหมายและวัดผลเป็นตัวเลขชัดเจน (เช่น ลดค่าไฟได้กี่บาท, ลดอุบัติเหตุพนักงานได้กี่ครั้ง) การทำ ESG ช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ “กำไรบรรทัดสุดท้าย” (Bottom Line) ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์


3. SME อยากเริ่มทำ ESG ต้องทำอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง?

เริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วย 5 ขั้นตอนพื้นฐานที่ไม่ต้องใช้เงินลงทุนสูง:

  • Educate: หาความรู้เบื้องต้นจากแหล่งข้อมูลฟรี เช่น SET ESG Academy หรือ สสว.
  • Assess (ประเมิน): รวบรวมข้อมูลการใช้ไฟฟ้า น้ำมัน และขยะย้อนหลัง 6-12 เดือน
  • Reduce (ลด): เริ่มจากมาตรการง่ายๆ เช่น เปลี่ยนหลอดไฟ LED, บำรุงรักษาเครื่องจักร, แยกขยะ (เน้น Scope 1 & 2 ก่อน)
  • Offset (ชดเชย): หากมีความพร้อม อาจลงทุนติดตั้ง Solar Rooftop เพื่อลดค่าไฟและขายคาร์บอนเครดิต
  • Report (รายงาน): สื่อสารสิ่งที่ทำผ่านรายงานฉบับย่อหรือเว็บไซต์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและธนาคาร


4. การคำนวณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFO) ยุ่งยากไหม ทำเองได้หรือเปล่า?

ไม่ยุ่งยากและสามารถทำเองได้ในช่วงเริ่มต้น โดยเฉพาะสำหรับ SME ที่ไม่ได้มีกระบวนการซับซ้อน องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) มีเครื่องมือ TGO Carbon Footprint Calculator ให้ใช้ฟรี

สิ่งที่คุณต้องเตรียมคือ “บิลค่าไฟ” “บิลค่าน้ำมัน” และ “ปริมาณขยะ” ของบริษัท เมื่อกรอกข้อมูลลงในระบบ โปรแกรมจะคำนวณค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมาเป็นหน่วยตันคาร์บอน (tCO2e) ให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งเพียงพอสำหรับการประเมินสถานการณ์เบื้องต้นและใช้วางแผนลดต้นทุนพลังงาน แต่หากต้องการใบรับรองอย่างเป็นทางการเพื่อส่งออก อาจต้องจ้างผู้ทวนสอบ (Verifier) ในภายหลัง


5. ทำ ESG ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ แพงเกินไปสำหรับรายเล็กไหม?

การทำ ESG สามารถเริ่มได้ด้วยงบประมาณ “0 บาท” ในส่วนของการปรับปรุงกระบวนการทำงาน เช่น การปิดไฟเมื่อไม่ใช้ การคัดแยกขยะขาย หรือการดูแลสวัสดิการพนักงานตามกฎหมาย

หากต้องการลงทุนเพิ่มเติม เช่น การติดตั้ง Solar Rooftop หรือเปลี่ยนเครื่องจักรประหยัดพลังงาน งบประมาณอาจอยู่ที่หลักแสนถึงล้านบาท แต่ข่าวดีคือ ผลตอบแทนจากการประหยัดพลังงาน (ROI) มักคืนทุนภายใน 3-5 ปี นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุน เช่น BOI ยกเว้นภาษี หรือสินเชื่อ Green Loan ดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ต้นทุนทางการเงินถูกลง การทำ ESG จึงเป็นการ “ลงทุนเพื่อลดต้นทุน” ในระยะยาว ไม่ใช่รายจ่ายฟุ่มเฟือย


6. ถ้าไม่ทำ ESG จะกู้เงินธนาคารยากขึ้นจริงไหม?

จริง และจะเข้มงวดขึ้นเรื่อยๆ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ประกาศใช้เกณฑ์ Thailand Taxonomy ซึ่งจะบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2569 (2026) ทำให้ธนาคารพาณิชย์ต้องจัดพอร์ตสินเชื่อโดยคำนึงถึงความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบัน ธนาคารชั้นนำอย่าง SCB, KBANK, และ BBL เริ่มมีการนำ ESG Scoring มาใช้ หากธุรกิจของคุณมีความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมสูง หรือไม่มีข้อมูลด้าน ESG เลย ธนาคารอาจมองว่าเป็น “ลูกหนี้ความเสี่ยงสูง” ซึ่งอาจส่งผลให้ถูกปฏิเสธสินเชื่อ หรือได้รับดอกเบี้ยที่แพงกว่าคู่แข่งที่มีคะแนน ESG ดีกว่าถึง 0.5-1%


7. สินค้าอะไรบ้างที่ต้องระวังเรื่องมาตรการ CBAM และภาษีคาร์บอน?

CBAM (Carbon Border Adjustment Mechanism) ของสหภาพยุโรป จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมจริงในวันที่ 1 มกราคม 2569 โดยกลุ่มสินค้าเป้าหมายแรกที่โดนผลกระทบหนักที่สุด ได้แก่:

  1. เหล็กและเหล็กกล้า
  2. อะลูมิเนียม
  3. ซีเมนต์
  4. ปุ๋ย
  5. ไฟฟ้า
  6. ไฮโดรเจน

หากท่านเป็นผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้ หรือเป็น Supplier ที่ส่งชิ้นส่วนให้ผู้ผลิตกลุ่มนี้ ท่านต้องเตรียมข้อมูลคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (CFO) ทันที เพราะลูกค้าปลายทางจะเรียกขอข้อมูลเพื่อนำไปคำนวณภาษี หากไม่มีข้อมูล สินค้าของท่านจะถูกประเมินภาษีในอัตรา Default ซึ่งแพงกว่าปกติมาก


8. ขายคาร์บอนเครดิต (T-VER) คุ้มค่าแก่การลงทุนสำหรับ SME ไหม?

ขึ้นอยู่กับปริมาณคาร์บอนที่ลดได้ หากท่านเป็น SME ขนาดเล็กที่ลดคาร์บอนได้น้อยกว่า 100 ตัน/ปี การขายคาร์บอนเครดิตอาจ “ไม่คุ้ม” เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายในการจ้างผู้ตรวจสอบ (Validation & Verification)

ในกรณีนี้ แนะนำให้เน้นประโยชน์จากการ “ลดต้นทุนค่าไฟใช้เอง” (Self-consumption) จะคุ้มค่าที่สุด แต่หากท่านเป็นโรงงานขนาดกลาง-ใหญ่ หรือมีการรวมกลุ่มกันขายผ่าน Aggregator การขายคาร์บอนเครดิตที่ราคาตลาด 40-80 บาท/ตัน จะเป็นรายได้เสริมที่ดีและช่วยคืนทุนค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้เร็วขึ้น


9. ขอสินเชื่อ Green Loan ธนาคารไหนดี และดอกเบี้ยประมาณเท่าไหร่?

ปัจจุบันเกือบทุกธนาคารพาณิชย์ในไทยมีโครงการสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน ตัวอย่างที่โดดเด่น เช่น:

  • SCB Green SME Loan: ให้วงเงินสูงสุด 100% ของมูลค่าโครงการ ดอกเบี้ยเริ่มต้นประมาณ 1.5-2.5% ผ่อนนานสูงสุด 7 ปี
  • KBank BCG Loan: เน้นโครงการโซลาร์รูฟท็อปและการประหยัดพลังงาน ดอกเบี้ยพิเศษ 1.75% ในปีแรก

แนะนำให้เตรียม “แผนการลงทุนด้านสิ่งแวดล้อม” หรือใบรับรอง CFO ไปปรึกษากับธนาคารพันธมิตรที่ท่านเดินบัญชีอยู่ เพื่อเจรจาขอดอกเบี้ยพิเศษ ทั้งนี้เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของแต่ละช่วงเวลา


10. ธุรกิจบริการหรือร้านค้าเล็กๆ ที่ไม่ใช่โรงงาน ต้องทำ ESG ไหม?

ต้องทำ แต่อาจเน้นคนละด้านกับโรงงาน ธุรกิจบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร หรือออฟฟิศ อาจไม่ได้ปล่อยคาร์บอนจากการผลิตมากเท่าโรงงาน แต่ท่านสามารถโฟกัสที่:

  • E (Environment): การลดขยะอาหาร (Food Waste), การใช้บรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้, การประหยัดไฟในอาคาร
  • S (Social): การจ้างงานที่เป็นธรรม, ประกันสังคม, ความปลอดภัยของพนักงาน
  • G (Governance): การทำบัญชีโปร่งใส, การเสียภาษีถูกต้อง

การทำ ESG ในธุรกิจบริการช่วยสร้าง “แบรนด์รักษ์โลก” ซึ่งดึงดูดลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่และนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นอย่างดี ช่วยเพิ่มยอดขายได้ทางอ้อม

อ้างอิง (References)

  1. ธนาคารแห่งประเทศไทย. (2568). Thailand Taxonomy Phase 2: มาตรฐานการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม. สืบค้นจาก https://www.bot.or.th [เข้าถึงเมื่อ: 30 มกราคม 2569]
  2. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI). (2567). คู่มือสิทธิประโยชน์เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (ESG Guidelines). สืบค้นจาก https://www.boi.go.th
  3. สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA). (2567). รายงานสถานการณ์ตลาดตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนของไทย. สืบค้นจาก https://www.thaibma.or.th
  4. องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน). (2568). รายงานสรุปสถานการณ์ตลาดคาร์บอนไทย (T-VER). สืบค้นจาก http://carbonmarket.tgo.or.th
  5. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.). (2567). BCG Economy Model และแผนปฏิบัติการ 2564-2570. สืบค้นจาก https://www.bcg.in.th
  6. กรมควบคุมมลพิษ. (2567). ร่างพระราชบัญญัติการจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน (EPR). กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.
  7. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ. (2567). มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (CBAM). สืบค้นจาก https://www.dtn.go.th
  8. ธนาคารกรุงเทพ และ SCB SME. (2567). โครงการสินเชื่อเพื่อการปรับตัวและสิ่งแวดล้อม. สืบค้นจาก https://www.bangkokbanksme.com และ https://www.scb.co.th

โดย: คุณภูวรา (Khun Phuwara) – ที่ปรึกษาอาวุโสด้านกลยุทธ์ธุรกิจและ Legal-Tech แห่ง The Kooru

Focus Keyword:  “ESG คืออะไร”
Secondary Keywords (LSI):  “ESG สำหรับ SME”, “คาร์บอนเครดิต คือ”, “Carbon Footprint คือ”, “สินเชื่อ Green Loan”, “เศรษฐกิจหมุนเวียน”.